ตม.สนามบินยันมาตรการเข้มป้องกันโควิด

ตม.สนามบิน ยันมาตรการเข้ม จนท.ป้องกันและรักษาติดโควิด19 เมื่อ 18 ก.ค.2564 พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผบก.ตม.2 ได้ตอบ ข้อซักถามผู้สป้องกันการติดเชื้อ และ ดูแล จนท.ที่ตรวจพบเชื้อโควิด 19 โดยเฉพาะที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งมีข่าวเผนแพร่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า เกิดคลัสเตอร์ในอาคารผู้โดยสาร และอาคารคลังสินค้า ซึ่ง พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม ได้ให้ข่าวยืนยันมาตรการการป้องกันของ จนท.ตม.ไปส่วนหนึ่งแล้ว
โดย พล.ต.ต.วีรพลฯยืนยันว่า ทาง ตม.2 ซึ่งดูแลด่าน ตม.สนามบินหลัก 5 แห่ง ได้มีมาตรการปฏิบัติ ตั้งแต่ระดับระวังป้องกัน คือ การวัดอุณหภูมิก่อนปฏิบัติงาน การสวมชุดป้องกันขณะปฏิบัติหน้าที่ การเช็ดทำความสะอาดช่องตรวจต่อผู้โดยสาร 1 คน การทำงานร่วมกันแบบ DMHTT และการจัดแบ่งกำลังหมุนเวียนแบบ WFH รวมถึงมาตรการระดับเผขิญเหตุคือ เมื่อพบว่า ติดเชื้อ จะจัดส่ง จนท.เข้ารับการรักษาทันที ทั้งที่ รพ.บางพลี และ รพ.ตำรวจ รวมถึง กักตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง และครอบครัว โดยมี ผู้กำกับการ รองผู้กำกับการ และสารวัตร คอยติดตามผลทาง vdo call ทุกวัน จนกว่าจะปลอดภัย ที่ผ่านมาตั้งแต่ต้นปี 2563 ถึงปัจจุบัน พบสถิติข้าราชการในสังกัด บก.ตม.2 ติดเชื้อทั้งหมดเพียง 15 ราย คิดเป็น 7%ของกำลังพลทั้งหมด โดยปัจจุบันรักษาหายแล้ว 8 ราย อยู่ระหว่างรักษา 7 ราย และอยู่ระหว่างรอตรวจ Swab ที่ รพ.ตำรวจ 17 ราย ซึ่งได้มีหนังสือขอรับการสนับสนุนไปตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทั้ง 17 ราย อยู่ภายใต้มาตรการกักตัว และ ติดตามผลทาง vdo call จากผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด และรายงานให้ ผบก.ตม.2 ทราบทุกวัน
สำหรับการระบาดระลอกใหม่ ตั้งแต่ต้นปี 2564 จนท.ตม.ที่เข้าข่ายเสี่ยงต่อการติดเชื้อ ทาง บก.ตม.2 ได้มีหนังสือขอ Swap หาเชื้อโควิต ณ รพ.ตำรวจ ไปแล้ว 3 ครั้ง รวม 67 ราย ครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 ก.ค.64 ส่งทั้งหมด 36 ราย ผลการตรวจออกมาเป็นลบ
วันที่ 8 ก.ค.64 ส่งทั้งหมด 14 ราย ผลการตรวจออกมาเป็นลบ และล่าสุดคือ วันที่ 17 ก.ค.64 ส่งตรวจทั้งหมด 17 ราย กำลังรอนัดตรวจ Swab จาก รพ.ตำรวจ อย่างที่กล่าวไปแล้ว ทั้งนี้ ยังไม่รวม จนท.รายอื่นๆที่มีความกังวล หรือ มีความเสี่ยง นอกเหนือจากที่กล่าวไปแล้ว ซึ่งได้มีการประสานงานกับ รพ.บางพลี ให้ช่วยตรวจหาเชื้อมาตั้งแต่ปี 2563 เกือบ 100 ราย และ ปลอดภัยทุกราย
สำหรับกรณี มีผู้ให้ข้อมูลทางสื่อโซเชียลว่า มีการปกปิดข่าวตำรวจติดเชื้อที่ ด่าน ตม.สุวรรณภูมิ และไม่สนใจปล่อยให้ไปรอตรวจเชื้อเองนั้น จึงเป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน อาจเกิดจากการเข้าใจผิด หรือ เจตนาอย่างหนึ่งอย่างใดที่สร้างผลกระทบต่อขวัญกำลังใจ จนท.ที่เสียสละทำงานหน้าด่าน ซึ่งการปกปิดข้อมูลย่อมเป็นไปไม่ได้ เพราะเป็นข้อเท็จจริง อย่างไรก็ดี ก็ต้องถือโอกาสนี้ทำความเข้าใจ ต่อพี่น้องตำรวจและสังคมให้เข้าใจ มั่นใจ และเชื่อใจมากขึ้น ขอยืนยันว่า ผู้บังคับบัญชาทุกระดับ โดยเฉพาะ พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม.ได้ติดตามข้อมูลความปลอดภัยของ จนท.อย่างสม่ำเสมอ และกำชับให้ดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดี โดยได้จัดส่งอุปกรณ์ เครื่องมือป้องกัน อาหารต่างๆสนับสนุนต่อเนื่องตลอดเวลา